น้ำตกเอราวัณ หรือ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี

by - พฤศจิกายน 02, 2562

   น้ำตกเอราวัณ อยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของชาวไทยและชาวต่างชาติต่าง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 7 ชั้น มีธรรมชาติที่สวยงาม น้ำตกใสสะอาด แอ่งน้ำเป็นสีเขียวฟ้าสดใส ร่มรื่นด้วยต้นไม้ โดยเฉพาะชั้น 7 ที่มีน้ำตกที่สวยที่สุด เป็นสายน้ำไหลลงมาจากหน้าผามีลักษณะคล้าย เศียรช้าง 3 เศียร หรือที่เรียกว่า ช้างเอราวัณ จึงเป็นที่มาของชื่อ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ

 น้ำตกเอราวัณ อยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของชาวไทยและชาวต่างชาติต่าง
น้ำตกเอราวัณ Cr : FB MB Hause
   น้ำตกเอราวัณ หรือชื่อเดิม น้ำตกสะด่องม่องลาย ทางเดินเข้าน้ำตกจากที่จอดรถ มีระยะทางประมาน 800 เมตร ในช่วงต้นทางเป็นถนนลาดยาง สองข้างทางร่มรื่นด้วยต้นไม้ สามารถเดินทางสะดวก หรือจะใช้บริการนั่ง รถกอล์ฟส่งถึงทางขึ้นน้ำตกชั้นที่ 1 ค่าบริการคนละ 30 บาท ก่อนที่จะถึงน้ำตกชั้นที่ 1 สุดลาดยาง จะเป็นทางเดินป่า พอไกล้ถึงน้ำตกจะเห็นธารน้ำใสสวยๆ ที่ไหลมาจากน้ำตก ซึ่งเป็นวิวที่ดูสวยงาม เมื่อถึงน้ำตก จะเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 7 ชั้น มีระยะทางยาวประมาณ 2,200 เมตร แต่ละชั้นก็จะมีชื่อเรียกและความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

ทางเดินเข้าน้ำตกจากที่จอดรถ มีระยะทางประมาน 800 เมตร ในช่วงต้นทางเป็นถนนลาดยาง สองข้างทางร่มรื่นด้วยต้นไม้
ทางเดินเข้าเอราวัณ Cr : FB Anusara Jaroenket
   ชั้นที่ 1 ไหลคืนรัง เดินจากต้นทาง เริ่มที่ป้ายมาประมาณ 20 เมตร ชั้นนี้จะมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ สายน้ำจะไหลลงตามหินที่ลดหลั่นกันลงมา เหมาะสำหรับมานั่งพักผ่อนรับลมชิลล์ๆ พร้อมชมวิวน้ำตกฟินๆ  ในชั้นนี้นั้นยังมีที่นั่งให้ผู้ที่มาเที่ยวได้นำอาหารมานั่งรับประทานร่วมกัน รวมทั้งยังมีร้านขายอาหารและน้ำดื่มที่ทางอุทยานมีให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการด้วยค่ะ
   ชั้นที่ 2 วังมัจฉา ห่างจากชั้นแรกประมาณ 150 เมตร  ชั้นนี้จะมีปลามาตัวเล็กตัวใหญ่จำนวนมาก สมชื่อกับ วังมัจฉา ส่วนตัวน้ำตกคล้ายกับผาตัดมีน้ำไหลลงมาเป็นม่านน้ำตก (โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปหลังม่านน้ำตกได้) มีแอ่งน้ำตกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นชั้นที่นิยมมาเล่นน้ำมากที่สุด และชั้นนี่มีกองอำนวยการ ที่เป็นจุดตรวจ สำหรับนักท่องเที่ยวจะเดินไปไปยังชั้น 3 เพื่อลงทะเบียนขวดน้ำและจ่ายเงินมัดจำเสียก่อน ถึงจะนำขวดน้ำดื่มติดตัวไปได้

 ชั้นที่ 2 วังมัจฉา ตัวน้ำตกคล้ายกับผาตัดมีน้ำไหลลงมาเป็นม่านน้ำตก มีแอ่งน้ำตกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นชั้นที่นิยมมาเล่นน้ำมากที่สุด
ชั้นที่ 2 วังมัจฉา Cr : FB Sakchai Punpornmatee
   ชั้นที่ 3 ผาน้ำตก ห่างจากชั้นสองประมาณ 200 เมตร จะต้องเดินสะพานแขวนตัดข้ามลำธาร ที่ทางอุทยานจัดเตรียมไว้ให้ เป็นน้ำตกไหลลงมาจากหินสูงตกลงมากระทบกับโขดหินที่อยู่ด้านล่าง จนเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่สีเขียวมรกต บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์และมีร่มเงานั่งพักผ่อน
   ชั้นที่ 4 อกนางผีเสื้อ ห่างจากชั้นสามประมาณ 300 เมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลงจากโขดหินที่รูปร่างคล้ายกับหน้าอกจนเป็นที่มาของชื่อ อกนางผีเสื้อ (แต่จริงๆแล้วลักษณะเหมือนกับหน้าอกของหญิงสาวมากกว่า) และบริเวณหน้าอกนางผีเสื้อ ยังเป็นไลด์เดอร์ธรรมชาติที่ไหลลื่นตกลงมายังแอ่งน้ำด้านล่าง ที่นักท่องเที่ยวนิยมเล่นจำนวนมาก ส่วนน้ำในชั้นสี่มีความใสจนมองเห็นพื้นดินและฝูงปลาใต้น้ำ

ชั้นที่ 4 อกนางผีเสื้อ เป็นน้ำตกที่ไหลลงจากโขดหินที่รูปร่างคล้ายกับหน้าอกจนเป็นที่มาของชื่อ อกนางผีเสื้อ
ชั้นที่ 4 อกนางผีเสื้อ Cr : FB Sunaree Chadatong
   ชั้นที่ 5 เบื่อไม่ลง ห่างจากชั้นสี่ประมาณ 600 เมตร ทางเดินขึ้นชั้น 5 เป็นทางเดินขึ้นเขาที่ค่อยข้าง ลาดชันและต้องปีนโขดหิน ระหว่างทางมีสะพานข้ามลำธารที่มีธรรมชาติรอบๆที่อุดมสมบูรณ์ บริเวณชั้น5 เป็นมีพื้นที่กว้างและมีความสวยงามมากๆ มีน้ำตกไหลผ่านก้อนหินใหญ่น้อยลดหลั่นกันไปจนถึงแอ่งน้ำสีมรกต รอบๆปกคลุมด้วยตันไม้ที่แผ่กิ่งกางจนคล้ายกับหลังคา เหมาะแก่พักผ่อน เล่นน้ำมากๆ จึงทำให้ชั้น 5 กลายเป็นชั้นยอดฮิตของชาวไทยและชาวต่างชาติ
   ชั้นที่ 6 ดงพฤกษา ห่างจากชั้นห้าประมาณ 300 เมตร เป็นน้ำตกที่แหวกเป็นม่านน้ำตกไหลลงมาจากดงพฤกษา และไหลลงมาสู่อ่างน้ำสีมรกตที่รายล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ แต่ชั้นนี่ไม่ค่อยเป็นนิยมเล่นน้ำนัก เนื่องจากสายน้ำที่ไหลลงมานั้นน้ำไม่ค่อยแรงและน้ำน้อยกว่าชั้นอื่นๆ จึงทำให้นักท่องเที่ยวมาแค่เวาะชมวิว แล้วเดินต่อไปอีกชั้น

ชั้นที่ 6 ดงพฤกษา เป็นน้ำตกที่แหวกเป็นม่านน้ำตกไหลลงมาจากดงพฤกษา และไหลลงมาสู่อ่างน้ำสีมรกต
ชั้นที่ 6 ดงพฤกษา Cr : FB Tonaor Putchara Roopsard
   ชั้นที่ 7 ภูผาเอราวัณ ชั้นสุดท้ายที่มีน้ำตกสวยที่สุด ซึ่งอยู่ห่างจากชั้นหกประมาณ 100 เมตร มีทางค่อนข้างลำบากพอสมควร เป็นทางขึ้นบันไดที่สูงและชันมาก และต้องข้ามแอ่งน้ำ 2 จุด บริเวณน้ำตกมีน้ำที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง ซึ่งเป็นน้ำที่ใสสะอาดมากๆ ไหลลงเป็นแอ่งน้ำ ส่วนบริเวณหน้าผาน้ำตกถ้ามองดีๆจะรูปลักษณะ  เศียรของช้างเอราวัณทั้ง 3 เศียร จึงเป็นที่มาของชื่อ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ และก่อนกลับอย่างลืมเวาะถ่ายรูป กับป้ายที่เขียนว่า คุณคือผู้พิชิต
   นอกจากน้ำตกทั้ง 7ชั้นแล้ว ยังมีเส้นทางศึกษา 2 เส้นทาง ที่ทางอุทยานฯได้จัดไว้ คือ
  - เส้นทางสายป่าดิบแล้ง - ม่องไล่ ระยะทาง 1,010 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที ลักษณะเป็นทางเดินเลียบลำห้วยม่องไล่ เริ่มจากสะพานค่ายพักไป บรรจบกับเส้นทางใน น้ำตกเอราวัณชั้นที่ 3
  - เส้นทางเขาหินล้านปี - ระยะทาง 1,940 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที เริ่มจากลานจอดรถไปบรรจบกับเส้นทางสู่น้ำตกบริเวณ สะพานของ น้ำตกเอราวัณชั้นที่ 4

ชั้นที่ 7 ภูผาเอราวัณ ชั้นสุดท้ายที่มีน้ำตกสวยที่สุด บริเวณหน้าผาน้ำตกถ้ามองดีๆจะรูปลักษณะ  เศียรของช้างเอราวัณทั้ง 3 เศียร จึงเป็นที่มาของชื่อ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
ชั้นที่ 7 ภูผาเอราวัณ Cr : FB Golfie Kornkamol
แนะนำ
   - อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประเภทแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ภาคกลาง จากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
   - ทางอุทยานแห่งชาติเอราวัณมีการบริการเทียบเท่าระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นรถกอล์ฟสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการที่ประสงค์จะเข้าชมน้ำตก ซึ่งอยู่ห่างจากที่จอดรถถึงน้ำตกชั้นแรกประมาณ 700 เมตร (ข้อมูลหมายเหตุจาก ททท.)
   - ด้านหน้าของทางเข้าน้ำตกเอราวัณก็จะมีบริการรถกอล์ฟเพื่อนั่งเข้าไปยังน้ำตกด้านในซึ่งอยู่ห่างจากที่จอดรถประมาน 800 เมตร ค่าบริการคนละ 30 บาท
   - ในช่วงหน้าฝนบางครั้งทางอุทยานฯจะไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ควรโทรสอบถามก่อน 0 3457 4222
   - การเดินทางขึ้นชมน้ำตกทั้ง 7 ชั้น ต้องใช้เวลาเดินขึ้น-ลง ประมาน 3-4 ชั่วโมง (ไม่รวมเวลาเวาะถ่ายรูปหรือทำกิจกรรมอื่น) ดังนั้นควรที่จะเริ่มเดินทางก่อนบ่าย2โมง
   - หากต้องการนั่งปิกนิกแบบครอบครัว หรือมีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุมาด้วย แนะนำให้อยู่แค่ชั้น 1-2 พอ
เนื่องจาก2ชั้นนี้ เหมาะกับการนั่งพักผ่อน ชมวิว เล่นน้ำ และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย
   - น้ำตกชั้นที่ 2 มีจุดตรวจ เพื่อลงทะเบียนขวดน้ำและจ่ายเงินมัดจำเสียก่อน ถึงจะนำขวดน้ำดื่มติดตัวไปยังชั้นต่อไปได้
   - เส้นทางเดินช่วงชั้น 1-4 ไม่ค่อยลำบากมากนัก แต่ชั้นที่ 4 ขึ้นไป เป็นทางที่ค่อยข้างลำบาก เนื่องจากเป็นทางขึ้นเขาที่สูงชันและบางทีต้องมีการปีนป่ายตามโขดหิน
   - ตั้งแต่ชั้นที่ 4 ขึ้นไป ควรมีร่างกายที่แข็งแรง และควรแต่งตัวให้ทะมัดทะแมง เพื่อความสะดวกในการไต่หิน และ ขอนไม้
   - ควรขับรถกลับก่อนมืด เพราะยิ่งดึกทางยิ่งเปลี่ยวและอันตราย ยิ่งไม่ชำนาญทางยิ่งควรกลับในขณะที่ฟ้ายังสว่างอยู่จะดีที่สุด

ชั้นที่ 7 ภูผาเอราวัณ ชั้นสุดท้ายที่มีน้ำตกสวยที่สุด ก่อนกลับอย่างลืมเวาะถ่ายรูป กับป้ายที่เขียนว่า คุณคือผู้พิชิต
น้ำตกเอราวัณ ชั้น 7 Tonaor Putchara Roopsard
   เปิดบริการ : ทุกวันระหว่างเวลา 07.00 - 16.30 น.
   อัตราธรรมเนียมค่าเข้า
  - ชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท/เด็ก 50 บาท
  - ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300บาท/เด็ก 200 บาท
  - ค่าจอดรถ รถยนต์ 30บาท รถจักรยานยนต์ 20บาท รถบัส 200 บาท
   หมายเหตุ
  - ชาวไทยผู้สูงอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์แสดงบัตรประชาชนจะได้ยกเว้นค่าบริการ
  - นักศึกษาชาวไทยแสดงบัตรนักศึกษาจะได้ราคาเด็ก 50 บาท
  - ผู้พิการจะได้ยกเว้นค่าบริการ
  - ชาวต่างชาติต้องมีบัตรประชาชนไทยเท่านั้น ถึงได้ราคาชาวไทย
   กิจกรรมท่องเที่ยว : เล่นน้ำตก นั่งปิกนิกชมวิว  เดินผจนภัยน้ำตก7ชั้น
   สิ่งอำนวยความสะดวก : มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่จอดรถ บ้านพัก ที่กางเต็นท์ ร้านอาหาร อิ่นๆ
   ฤดูท่องเที่ยว : ช่วงฤดูฝนสวยงามที่สุด (เที่ยวได้ตลอดทั้งปี)
   ที่เที่ยวไกล้เคียง :

ทางเข้าก่อนถึง น้ำตกเอราวัณ Cr : FB Anusara Jaroenket
   ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติเอราวัณ หมู่ 4 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี 71250 โทร 0 3457 4222
   การเดินทาง
   รถยนต์ : รถยนต์ส่วนบุคคล ไปตามถนนเพชรเกษมหรือไปตามถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัดกาญจนบุรี รวมระยะทาง 129 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สำหรับการเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปยังอุทยานแห่งชาติเอราวัณสามารถใช้ได้ 2 เส้นทาง คือ สายที่ 1 เริ่มต้นจากจังหวัดกาญจนบุรีไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3199 ถึงเขตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 70 กิโลเมตร สายที่ 2 เดินทางจากอุทยานแห่งชาติไทรโยค จะมีเส้นทางบริเวณบ้านวังใหญ่อยู่ห่างจากน้ำตกไทรโยคน้อยประมาณ 6 กิโลเมตร ลัดออกไปบ้านโป่งปัดบริเวณเขื่อนท่าทุ่งนาระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 3199 อีกประมาณ 25 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ
   รถไฟ : รถไฟ ออกจากสถานีรถไฟบางกอกน้อยวันละ 2 เที่ยว ได้แก่ เวลา 07.50 น. และ 13.45 น. โดยแวะจอดที่สถานีกาญจนบุรี สะพานข้ามแม่น้ำแคว ท่ากิเลน สถานีน้ำตก ในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ มีรถไฟเที่ยวพิเศษ นำเที่ยวไปกลับภายในวันเดียว ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่ สถานีรถไฟกาญจนบุรี โทร. 0-3451-1285
   รถโดยสารประจำทาง : รถโดยสารธรรมดา/รถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลา 04.00-20.30 น. ถึงจังหวัดกาญจนบุรี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที หลังจากนั้นเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งกาญจนบุรี หมายเลข 8170 กาญจนบุรี-เอราวัณ ทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 08.00-17.20 น. เพื่อเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที รวมระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร หรือออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ชั้น 1 ช่อง 21 สายกรุงเทพฯ-ด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งแต่เวลา 05.00-19.00 น. โดยแวะจอดที่สถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที หลังจากนั้นเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสายกาญจนบุรี-เอราวัณ เพื่อเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ

ชั้นที่ 3 ผาน้ำตก  เป็นน้ำตกไหลลงมาจากหินสูงตกลงมากระทบกับโขดหินที่อยู่ด้านล่าง  จนเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่สีเขียวมรกต
ชั้นที่ 3 ผาน้ำตก Cr : FB Phairoj Yodpan
   ที่พักของอุทยานแห่งชาติเอราวัณ 
- บ้านพักราคาเริ่มต้นที่ 800-2,400 บาท/คืน
- เช่ากางเต๊นท์หลังละ 200-300 บาท/คืน (ไม่รวมเครื่องนอน)
- ที่กางเต็นท์หลังละ 30 บาท/คน/คืน (นำเต็นท์มาเอง)
   หมายเหตุ :  สอบถามรายละเอียด โทร 0 3457 4222 หรือ www.dnp.go.th 
ที่พักใกล้อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
River Hill Side Resort ราคา 1,241-2,000 บาท/คืน
Baan krupong ราคา 1,743-2,709 บาท/คืน
สตูดิโอ วิลลา 1 ห้องน้ำส่วนตัว ขนาด 28 ตร.ม. – ศรีสวัสดิ์ ราคา 5,376 บาท/คืน

   ข้อมูลจาก : สำนักงานอุทยานแห่งชาติกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, pantip, ท่องทั่วไทย

You May Also Like

0 Comments